ประวัติความเป็นมาของ FWGE
(Fermented wheat germ extract) (จมูกข้าวสาลีสกัดหมัก)
ค.ศ. 1941
ฮัลเลท และ สเทิน สองนักชีวะเคมี ชาวฮังกาเรียน พบว่า เมื่อนำจมูกข้าวสาลีไปหมักกับยีสต์ จะทำให้คุณสมบัติทางเคมีเปลี่ยนไป
ค.ศ. 1960
อัลเบิร์ท เซง เกียยี่ ( Albert Szent Gyorgyi ) ค.ศ. 1893 - 1986 นักชีวะเคมี ผู้ได้รับ รางวัลโนเบล สาขา สรีระวิทยา หรือ ทางการแพทย์ ชาว ฮังการี จากการค้นพบ วิตามิน ซี และ สารส่วนประกอบในปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นใน Citric acid cycle ( Krebs cycle ) ทำการทดลองในห้อง ปฏิบัติการของเขา พบว่า การขาดวิตามินซี และ Methoxy Substituted Benzoquinones สัมพันธ์กับ การเกิดโรค มะเร็ง เขาจึงคิดว่า สารประกอบเหล่านี้น่าจะมีบทบาทในการคงสภาพปกติ ระบบภูมิต้านทาน
ค.ศ. 1992
เมท ฮิดเวกิ ศาสตราจารย์ ด้านชีวะเคมี ของ บูดาเปส ได้นำความคิดของ อัลเบิร์ท เซง เกียยี่ โดยคัดสรร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ให้ สารควินโนน จากธรรมชาติที่เข้มข้น มาทำการวิจัย โดยมี ริตา เอสเตอร์เบาเออร์ นักศึกษาของ ฮิดเวกิ เข้าร่วมทำการวิจัย
ค.ศ. 1995
ศาสตราจารย์ คาโรลี ลาปิส และ เบตา เซนต์ และ นายแพทย์ เออเซเบท ราโซ จาก มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ Semmelweis ใน บูดาเปส พบว่าเมื่อให้ สารสกัดจากจมูกข้าวสาลี ของ ฮิดเวกิ ร่วมกับ ยารักษามะเร็ง จะช่วยยับยั้ง การกระจายไกลของเซลล์มะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยทำการทดลองในสัตว์หลายพันตัว
ค.ศ. 1996
ผลการทดลองในสัตว์พบว่า คุณสมบัติสร้างภูมิต้านทานเป็นผลอันดับแรกที่ได้รับการยอมรับและยังชี้ให้เห็นว่า FWGE ช่วยยับยั้ง adhesion ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และเพิ่มการตายของเซลล์ก่อนการแบ่งเซลล์ (apoptosis)
การทดลองของ นายแพทย์ลาสโล โปรไน ในญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า FWGE มีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และจากการทดลองไม่พบผลข้างเคียงเกิดขึ้นเลย การทดลองเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนทุนจาก มิฮาลี คูปา และ อกอส เรเซตาร์ สองนักเศรษฐศาสตร์
ค.ศ. 1997
เมท ฮิดเวกิ , ลาสโล นากิปาล และ คลารา เดซาย ได้ก่อตั้งโรงงาน Industrial Manufacturing Technology เกี่ยวกับการสกัดจมูกข้าวสาลี ส่วนขั้นสุดท้ายนำไปทำในประเทศอิสราเอล จากนั้น บริษัท ไบโรเมดิซินา ได้ก่อตั้งขึ้น และริเริ่ม Hungarian Corporation for Cancer Research and Oncology เพื่อทำการวิจัยต่อไป
บริษัท ฯ ได้ผลิต FWGE ออกจำหน่าย เป็นครั้งแรกในปีเดียวกัน อโคส โรเซตา CEO ของ ไบโรเมดิซินา ประกาศเข้าซื้อกิจการโรงงาน พริมา แพลนตา (ไบโรฟาร์มา ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นโรงงานไบโอเทคแห่งแรกในฮังการีที่ได้รับการรับรอง GMP drug manufacturing certificate และ ISO
ค.ศ. 1998
เริ่มวางจำหน่าย FWGE ในเทลอาวิฟและบูดาเปส กระทรวงสาธารณสุขของฮังการีอนุญาตให้จำหน่าย FWGE เป็น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ค.ศ. 1999
ทีมของ ดร. อีวา โมโนสโตริ และศาสตราจารย์ เออโน ดูดา ทั้ง 2 คน อยู่ที่ Biological Research Center ในเมือง Szeged ได้เริ่มค้นหากลไกการทำงานของ FWGE
ค.ศ. 2000
ศาสตราจารย์เฟอเรนซ์ จาแคบ และคณะ จากคลินิกของมหาวิทยาลัย Szeged และ Debrecen พบว่าผู้ป่วยมะเร็ง ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย มีขนาดก้อนมะเร็งลดลง และการกระจายไกลลดลง เมื่อได้รับ FWGE
ศาสตราจารย์ออตโต ริบาริ และคณะ จากมหาวิทยาลัย Semmelweis พบว่าเมื่อให้ FWGE ในผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น ศาสตราจารย์อดัม บาลอก และคณะ จากมหาวิทยาลัย แพทยศาสตร์ Szeged พบว่า FWGE ช่วยลดผลข้างเคียงจากการให้ยารักษามะเร็ง ต่อมาได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากการศึกษาทดลองของศาสตราจารย์จูเลีย กิดาลิ และคณะ จาก National Institute of Hematology and Immunology ในบูดาเปส
ศาสตราจารย์กีซา บาลินน์ และคณะ จาก National Center of Rheumatology ในบูดาเปส แสดงให้เห็นว่า FWGE ให้ผลดีเกี่ยวกับข้ออักเสบรูห์มาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)
ศาสตราจารย์เกียยี่ ฟอกเคย์ และคณะ จากมหาวิทยาลัย Szeged แสดงให้เห็นว่า FWGE มีผลช่วยลดการอักเสบ
ศาสตราจารย์แอททิลา ซาลัทไน และคณะ จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ Semmelweis พิสูจน์ให้เห็นว่า FWGE สามารถป้องกันมะเร็งได้
ศาสตราจารย์เยฮูดา เชนเฟลด์ และคณะ จาก มหาวิทยาลัย Tel Aviv ในอิสราเอล พบว่า FWGE ให้ผลดีในผู้ป่วยเอส แอล อี ( SLE )
ศาสตราจารย์ลาสซโล โบโรส และคณะ จากมหาวิทยาลัย UCLA สหรัฐอเมริกา พบว่า FWGE ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งด้วยกลไกอิสระของระบบภูมิต้านทาน
ค.ศ. 2001
ศาสตราจารย์ แอนนา ทอมปา และคณะ ในบูดาเปส แสดงให้เห็นว่า FWGE ช่วยเพิ่มระบบภูมิต้านทานในผู้ป่วยที่ไม่เป็นมะเร็งด้วย
ทีมของเชนเฟลด์พบว่า FWGE ยังช่วยยับยั้งภูมิต้านทานทำลายตัวเอง (Autoimmune Atherosclerosis)
ศาสตราจารย์เลฟ เดมีดอฟ และ คณะ จากศูนย์มะเร็ง เอน เอน โบลคิน แห่ง Russian Academy of Sciences ในกรุงมอสโก รัสเซีย พบว่า FWGE ยับยั้งการกระจายไกลของผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง ชนิด เมลาโนมา (Melanoma) อย่างมีนัยสำคัญ
ศาสตราจารย์เฟเรนซ์ จาเคป , อดัม บาล็อค และปีเตอร์ ซาปี พิสูจน์ให้เห็นว่า FWGE มิเพียงแต่จะหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง แต่ยังช่วยยืดระยะเวลาการอยู่รอดของผู้ป่วย มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายอีกด้วย
นายแพทย์โซลแทน อัจเคย์ และคณะ จาก National Institute of Pulmonology ในบูดาเปส แสดงให้เห็นว่า FWGE ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามอย่างชัดเจน
ดร. อีวา โมโนสโตริ, ศาสตราจารย์เออโน ดูดา, ดร. อังเดร คิช-ทอช และศาสตราจารย์สตีเว่น ดาวเออร์ จาก The University of Sheffield ได้ตีพิมพ์เกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ของ FWGE (FWGE’s Hypothetical Mechanism of Action)
จากการศึกษาเปรียบเทียบการใช้ FWGE ร่วมกับยารักษามะเร็ง ศาสตราจารย์ มาร์ธา คาสแคนท์ จากมหาวิทยาลัย บาเซโลน่า และ ศาสตราจารย์ลาสซโล โบโรส จากมหาวิทยาลัย UCLA สรุปว่า FWGE น่าจะใช้ร่วมกับการรักษาอื่นๆ ในผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 4
ค.ศ. 2002
จากผลการศึกษาวิจัยที่ผ่านมา ทำให้ FWGE ได้รับการยอมรับและขึ้นทะเบียนเป็นสารอาหารกึ่งยา (Medical Nutriment) สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ประเทศ ฮังการี หาใช่เป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น
CNN สรุปเหตุการณ์จากผลการวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งทั้งหมดในฮังการี ว่า ขณะนี้ FWGE ได้มาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว ลาโจส โคลไต – Academy Award-Winner Cameraman ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์เป็นครั้งแรก ให้กับ โครงการของ FWGE โดยมีภาพใบหน้าของชาวอิตาเลียนยุคเรอเนซอง (Renaissance) ช่วยในการสื่อสารกับแพทย์ทั้งหลาย
ค.ศ. 2003
FWGE ได้รับการยอมรับและสามารถเบิกรักษาได้ เพื่อใช้กับผู้ป่วยมะเร็งใoสาธารณรัฐเชค และบัลกาเรีย ปัจจุบัน FWGE มีจำหน่ายใน 10 กว่าประเทศทั่วโลก
รายงานผล FWGE เป็น สารอาหารกึ่งยารักษาโรคมะเร็ง ช่วยเพิ่มผลการรักษาให้กับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ จากผลการใช้ FWGE ในการรักษา ผู้ป่วยมะเร็ง ได้ลงตีพิมพ์ใน วารสาร British Journal of Cancer
ค.ศ. 2004
เริ่มเปิด website : www.avemar.com ชื่อการค้าของ FWGE คือ AVEMAR
การขึ้นทะเบียน สารอาหารกึ่งยา
ผลิตภัณฑ์ FWGE ถูกผลิตออกมาจำหน่ายครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วงของปี ค.ศ. 1998 ที่ประเทศฮังการีในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากการทดลองในสัตว์ และการศึกษาทางด้านพิษวิทยาแสดงให้เห็นว่า FWGE มีฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็งและไม่มีพิษ ทำให้คณะกรรมการจริยธรรมเกี่ยวกับการวิจัยในคนของกระทรวงสาธารณสุข ประเทศ ฮังการี ให้การรับรองต้นร่างการศึกษาวิจัยทางคลินิกของ FWGE จนกระทั่งเปลี่ยนโฉมไปเป็นสารอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง FWGE เป็นผลิตภัณฑ์แรกของนักวิทยาศาสตร์ ชาวฮังกาเรียนใช้เวลาพัฒนาเป็น 10 ปี กว่าจะได้รับการยอมรับจดทะเบียนรับรองให้ใช้ได้สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
FWGE ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองให้เป็นสารอาหารกึ่งยา (medical nutriment) สำหรับผู้ป่วยมะเร็งโดยสถาบันสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติ “ Fodor Jozef ” National Center for Public Health, ประเทศฮังการี เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2002 (registration number: 503) สำนักงานใหญ่ ฝ่ายเภสัชกรรมให้ใบอนุญาตรับรอง FWGE เมื่อ 11 มีนาคม 2002 (reference number : OTH/97-46/2002 Office of the Chief Medical Officer, Hungary) กระทรวงสาธารณสุข ฮังการี ได้จัดผลิตภัณฑ์ไว้ในกลุ่มยา ซึ่งไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ แถลงการณ์สุขภาพ เมื่อ 1 กรกฎาคม 2002 ให้เป็นอาหารกึ่งยา ราคาขายปลีกจะถูกควบคุมโดยรัฐ องค์การเภสัชของประเทศฮังการีให้ FWGE เป็นผลิตผลจากพืชตรวจสอบคุณภาพแล้วตรงตามความต้องการของการผลิตยา ในปี 2003 (reference number 1127-100/38/2003) ในขณะที่ FWGE ไม่ใช่ยาสำหรับการแพทย์ทางเลือก หรือ อาหารเสริม หรือ แม้แต่จะเป็นกลุ่มของสารประกอบที่ไม่สามารถพิสูจน์ผลได้ มันไม่ใช่ยารักษามะเร็งโดยตรง หรือ ยายับยั้งมะเร็ง แต่สารอาหารซึ่งมีอยู่ในตัวมันพิสูจน์ความจำเพาะ เมื่อใช้ร่วมกับวิธีการรักษาหลักในการรักษามะเร็ง
FWGE ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น สารอาหารพิเศษสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง โดยกระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐเชค (registration number:HEM-3512-13.103-1178) บัลกาเรีย (registration number: 05-180/2003 ) ในปี 2003 FWGE เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดย The Australian register of therapeutic goods (Australian L 95037) ขณะนี้ FWGE มีจำหน่ายในประเทศต่างๆ ถึง 10 กว่าประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี อิสราเอล รัสเซีย สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ออสเตรีย ออสเตรเลีย บัลกาเรีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน ไซปรัส ญี่ปุ่น ประเทศไทย และกำลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต